เรื่องต่างๆ ที่จำเอามาปรุงมาคิดนั้น มันก็เป็นความฝันชั่วขณะหนึ่ง แล้วก็ดับไป เป็นไปในลักษณะนี้เฉพาะหน้า ปัจจุบัน ถ้าเป็นการดูจริง รู้แจ้ง ในลักษณะของอารมณ์ทั้งหลายที่ปรากฏเกิดดับเฉพาะหน้าทุกขณะแล้ว มันก็เป็นผัสสะที่กระทบแล้วก็ดับ กระทบแล้วก็ดับ ไม่มีความหมายว่าเป็นดีเป็นชั่วหรือเป็นสุขเป็นทุกข์
ข้อปฏิบัติที่น่าสนใจ คือ จะต้องอ่านตัวจริงที่ปรากฏให้แจ่มแจ้งอยู่ทุกขณะ ไม่ต้องไปมีความจำหมายเอาเรื่องอะไรมา มันมีแต่ความปล่อยวางว่างเปล่าไป ดูความเป็นจริงของอารมณ์ และผัสสะทั้งหลาย มันแสดงความเปลี่ยนแปลงว่างเปล่าจากความเป็นตัวตนอยู่เฉพาะหน้าทุกๆ ขณะ
ถ้าอ่านออกในเรื่องนี้แล้ว ข้อปฏิบัติจะไม่มีการไถลหรือเฉไฉไปเอาเรื่องจำเรื่องคิดเข้ามา เป็นการทำให้นุงถุงยุ่งยาก แล้วก็เป็นการชักใยพันตัวเองอย่างซ้ำๆ ซากๆ แล้วก็พูดเพ้อเจ้อออกมาในลักษณะต่างๆ เป็นการทำให้ตกอยู่ในสังสารวัฏฏ์โดยที่ไม่รู้จักตัวเองว่ามันไม่มีตัวตน แต่นี่มันยังโง่มันยังหลงยึดมั่นถือมั่นอยู่ มันก็ต้องมีการทนทุกข์อยู่
เพราะฉะนั้นจะต้องดูให้เห็น ถ้ายังไม่เห็นมันก็ยังเป็นคนโง่ แม้จะมีการปฏิบัติมาเป็นเวลานานก็ตาม ก็ยังไม่ได้มีดวงตาเห็นธรรมภายในเลย แล้วมันก็วิ่งไปเอาเรื่องข้างนอก เอาผัสสะทางตา หู มันก็ชุลมุนไป หมุนไป เคว้งคว้างอยู่ในความว่าง คือไม่มีอะไร มีแต่ความเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปเท่านั้นเอง
แล้วนี่มันหลงอยู่ในความฝันเพ้อ ฝันเพลินหรือไม่ ก็พิจารณากันดูเสีย อย่าให้เป็นเหมือนเปรตที่กระหายน้ำจนคอแห้ง นอนอยู่ริมสระน้ำ โดยที่ไม่ได้ดื่มน้ำสักหยดเดียว มันจึงมีความหิวกระหายอยู่ตลอดเวลา แล้วอย่างนี้มันจะไปปฏิบัติได้อย่างไร เพราะมันยังมีความโง่เขลางมงายท่วมทับให้จิตใจนี้มืดมนทนทุกข์อยู่ แล้วมันก็มีแต่ความหิวกระหายไปต่างๆ อย่างนั้นอย่างนี้ สลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนอยู่ภายในตัวเองโดยที่ไม่รู้สึกตัวเลย
ตัวตนนี่เองมันแสดงปฏิกริยาที่มีความต้องการอะไรๆ อยู่ แล้วมันก็มีแต่เรื่องชุลมุนวุ่นวายของความรู้สึกนึกคิดที่มันแส่ส่ายไปตามอารมณ์ทั้งนั้น แล้วมันก็ตกอยู่ในกองทุกข์อย่างใหญ่หลวงและน่ากลัวที่สุด แต่มันก็กลับเพิกเฉยไม่นึกกลัว หรือไม่เกรงต่อความมีทุกข์โทษที่ท่วมทับขึ้นมา เพราะความยึดมั่นถือมั่นอยู่ทั้งนั้น
เมื่อมันยังมีการยึดถืออยู่ ยังติดยังข้องอยู่ หรือว่ายังมีความยึดถือตัวตนอยู่ ทีนี้ ตัวตนนี้เมื่อมันมีการรู้สึกอะไรขึ้นมาตามธรรมชาติของมันที่มีความต้องการ หรือถ้ามีใครมายกย่องมันเข้า มันก็มีการแสดงปฎิกริยาเป็นการยกหูชูหางขึ้นมาตามลักษณะของมัน ที่มันยังมีความโง่ ยังมีความหลงอยู่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นมันจึงมีแต่การแส่ส่ายไปไม่หยุดหย่อนเลย มันจะหลงงมงายไปถึงไหน มันจะไปเอาอะไรที่ไหน ให้หยุดดู หยุดรู้ตัวเองเสียอย่าเที่ยวแส่ส่ายไปเลย มันจะยิ่งตกหล่มจมเหวจมไฟตายหมด
อย่าได้มีความประมาทเลย เดี๋ยวนี้มีความรู้สึกตัวขึ้นมาอย่างไร มีความหยุดดูหยุดรู้ หรือมีการปล่อยวางตัวตนออกไปได้อย่างไรบ้าง ล้วนแต่ต้องเป็นข้อสอบของตัวเองอยู่ทุกเวลานาทีของชีวิตทีเดียว เพราะถ้าไม่มีการสอบตัวเองด้วยข้อปฏิบัติที่เป็นการพิจารณาตัวเองให้เป็นการรู้แจ่มแจ้งขึ้นมาแล้ว แม้จะมีการฟังการอ่านอย่างไรๆ ก็ตาม ในที่สุดมันก็คว้าน้ำเหลว หรือจะเห็นดีเห็นถูกก็ขั้นเปลือกๆ แต่เนื้อแท้ของมันนั้น มันยังเป็นเปรตมีการหิวกระหายอยู่ตลอดเวลา |