สวดมนต์แล้วได้อะไร? |
 |
|
ทุกๆครั้ง ที่เหล่านักบวช นักบุญ ผู้มีศีลมีธรรม ท่านได้ตั้งใจไหว้สวดมนต์ด้วยความเคารพ
ด้วยความเชื่อ ความเลื่อมใสนั้น จะมีผลดี หรือจะมีอะไร
เกิดขึ้นแก่ท่านทั้งหลายเหล่านั้นอย่างไรบ้าง
พระพุทธเจ้าทรงตรัสอยู่เสมอๆ ในสมัยที่พระองค์ยังมีพระชนน์ชีพอยู่
พระองค์ตรัสไว้ว่า
“คนเรานั้น หากได้หว่านพืชด้วยเมล็ดพันธุ์พืชชนิดใดลงไปแล้ว
เขาย่อมได้รับผล ที่เกิดขึ้นแล้วจากเมล็ดพันธุ์พืชที่หวานไปนั้นแล้วทุกประการ
จะได้ผลมาก ผลน้อย เกิดดี หรือไม่ดี ก็อยู่ที่เหตุและปัจจัย”
บทพระพุทธมนต์ หรือบทพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสงฆคุณ
ที่พวกเราได้น้อมมาสวดกันนั้น
ถ้าหากจะเปรียบ ก็อาจเปรียบได้เช่นกับเมล็ดพันธุ์พืชนานาพันธุ์
ซึ่งเมล็ดพืชทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนเป็นเมล็ดพันธุ์พืชที่ดีที่สุด
เป็นเมล็ดพันธุ์พืชที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ที่พระพุทธเจ้าพระองค์ทรงประทาน
ไว้ให้แก่พวกเรา ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์พืชที่พระองค์ทรงได้มา
ในสมัยที่พระองค์ทรงมีพระชนน์ชีพอยู่ และก็ได้หว่านโปรยไปทั่วชมพูทวีป
ก่อให้เกิดความสงบสุขอย่างมากในยุคนั้น
และในยุคหลังจากที่พระองค์เสด็จเข้าสู่การปรินิพพานแล้วก็ตาม
ก็ยังมีหมู่พระสงฆ์สาวกได้น้อมนำไปหว่านลงในหลายๆประเทศ
ในหลายทวีป ก็ก่อให้เกิดผล คือความสงบสุข เกิดขึ้น
เหมือนสมัยที่พระองค์ยังมีพระชนม์ชีพอยู่เช่นกัน
|
|
พระพุทธมนต์ ก็คือพระธรรมคำสั่งสอน ที่เป็นภาษาบาลี
มีความหมายทุกตัวอักษร มีความศักดิ์สิทธิ์ทุกตัวอักษร จะรู้ได้
และเข้าใจได้ ก็ต้องขึ้นอยู่ที่่ภูมิธรรม ภูมิปัญญาของแต่ละคนที่่จะเข้าถึงได้
พระพุทธมนต์เป็นบทพระธรรมคำสั่งสอนที่เกิดขึ้นแล้วจากพระผู้บริสุทธิ์สูงสุด
มีพระปัญญาบารมีสูงสุด มีพระมหากรุณาธิคุณสูงสุด
เป็นผู้ที่ทรงความศักดิ์สิทธิ์สูงสุด เหนือสรรพสิ่งใดในโลกนี้
เพราะฉะนั้น อะไรที่เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงตรัส ที่พระองค์ทรงกล่าวไว้ทุกบท
ทุกตอน ทุกคำ ล้วนแต่มีความหมาย มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัวโดยอัตโนมัติ
ฉะนั้น หากบุคคลใด ได้นำมาสวด มาสาธยาย หรือแม้แต่ได้ยินได้ฟัง
ด้วยความเคารพ และสวดอย่างถูกตามวิธี ฟังอย่างถูกวิธี
ก็ย่อมส่งผลบังเกิดผลอย่างแน่นอน ดังต่อไปนี้.-
|
|
| ๑.ความทุกข์ย่อมหมดไป
ความทุกข์ทั้งหลายที่มีอยู่ในวิถีชีวิต จะทุกข์มากหรือจะทุกข์น้อยก็ตาม
ย่อมจะต้องหมดไป สูญสิ้นไปอย่างแน่นอน
และเรื่องความสงบสุข ความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จ ความสมหวัง
ความมั่นคง ในชีวิต ในหน้าที่การงาน ในการศึกษา ฐานะการเงิน ครอบครัว
ความรัก สุขภาพ มิตรสหาย ย่อมจะต้องมีต้องได้ ต้องสำเร็จ
ต้องได้รับผลแต่ในด้านดี เป็นไปในทางที่ดีแก่ตนเอง
และครอบครัวอย่างแน่นอน ตามแต่กำลังศรัทธาความบริสุทธิ์ในขณะที่ได้สวด
ในขณะที่ได้ฟังนั้น อย่างทันทีที่ได้เริ่มประพฤติ เริ่มปฏิบัติ เริ่มฟัง |
|
๒.เทพรักษา
เหล่าเทวดาฟ้าดิน ผู้มีตาทิพย์หูทิพย์ จะเกิดความรักความเมตตา
ตามรักษาคุ้มครอง ปกป้องเราให้อยู่รอดปลอดภัย ให้มีชัยชนะ
ให้มีโชค มีลาภ มีความสุขสวัสดีทั้งหลับทั้งตื่น
เหล่าเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ตลอดถึงสัตว์ทั้งหลาย พวกภูตผี ปีศาจ คนธรรพ์ หรืออมนุษย์ทั้งหลายก็ให้ความรัก ความเมตตาตามรักษาเราเช่นกัน
หากเกิดมี ผู้ที่ตั้งตัวตั้งจิตคิดให้ร้าย คิดปองร้าย คิดเป็นศัตรู จองเวรจองกรรมต่อเรา
เขาทั้งหลายเหล่านั้น ก็จะค่อยๆ เกิดความกลัว เกิดเมตตา ยอมรับกลับจิต
เปลี่ยนมาเป็นมิตร กับเรา หรือก็แพ้ภัยไปเองถ้าขืนทำเช่นนั้นอยู่ |
|
๓.หมดหนี้กรรม
หากเรายังมีหนี้เวร หนี้กรรม ที่เคยได้ทำไว้
สร้างไว้แต่ในชาติปางก่อน
และในชาติปัจจุบันนี้มีอยู่
หรือว่าเคราะห์เวร เคราะห์กรรมที่จะเกิดขึ้น มีขึ้นแก่เรา
และครอบครัววงค์ตระกูลมีอยู่ ก็ย่อมจะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบาบางจางหาย
และจากเบา ก็กลายเป็นอโหสิกรรมได้ในที่สุด
อุปสรรค และปัญหาที่หนักหนาสาหัจสากรรจ์ ที่แว่ะเวียนมาสู่ชีวิตเรานั้น
ก็จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี อย่างง่ายดาย อย่างเหลือเชื่อ อย่างอัศจรรย์
และภัยพิบัติอันตรายต่างๆนานา ที่เกิดจากธรรมชาติก็ตาม จากภูตผีปีศาจ วิญญาณที่ชั่วร้าย และมนต์ดำคุณไสย์ก็ตาม หรือสิ่งชั่วร้าย
ที่เรียกกันว่าลมพัดลมเพ ก็ตาม ก็ไม่อาจทำอะไรเราได้
เกิดความแคล้วคลาดปลอดภัยได้อย่างดี |
|
๔.เป็นผู้ไม่มีโรค
จำพวกโรคร้ายทั้งหลาย ที่เกิดมาจากบาปเวรบาปกรรมก็ตาม
และที่เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง เช่น จากดินฟ้าอากาศ
จากอาหาร จากสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษก็ตาม ก็เกิดหายได้อย่างเป็นอัศจรรย์
แม้แต่โรคที่เรื้อรังหาสาเหตุไม่พบไม่เจอ ก็ค่อยๆหาย ก็ค่อยๆดีขึ้น
ตามลำดับไป
ยาที่เคยกินแล้วไม่ดี ไม่หาย คนกินแล้วไม่ดี ไม่หาย ไม่ได้ผล เรากินก็ดี
ก็หาย ไปหาหมอ พบหมอ ก็ได้พบแต่หมอที่เก่งที่รู้จริง ช่วยรักษาเราให้หายได้
บางครั้งก็ได้ยาดี มากินมารักษา |
|
๕.กลับร้ายกลายดี
เปลี่ยนเหตุการณ์ที่เลวร้าย ที่กำลังให้ผลร้ายอยู่ในปัจจุบันนั้น
ให้กลับกลายเป็นเรื่องที่ดี ที่งาม ที่พอใจ สบายอกสบายใจ
แก้ไขได้ดั่งใจลุล่วงไปด้วยดี
๖.สมปรารถนา
อันว่าความปรารถนา หรือความต้องการในสิ่งใด สิ่งหนึ่ง
ที่เป็นไปโดยชอบ ประกอบด้วยธรรม มีคุณ มีประโยชน์ต่อโลกต่อแผ่นดิน
ที่ไม่ผิดศีล ไม่ผิดธรรมแล้วไซร้ สิ่งที่เราปรารถนานั้น
ต้องการนั้น ย่อมจะสำเร็จผลได้ อย่างเร็วพลันทันที
สมความปรารถนาอย่างแน่นอน |
|
๘.เจริญบุญ เจริญกุศล
บุญกุศลก็ตาม คุณธรรมก็ตาม ที่ยังไม่เกิดขึ้น ก็จะเกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแล้วก็ตั้งมั่นถาวรไม่เสื่อมคลาย
ส่วนบาปกรรม อกุศลธรรมความชั่วทั้งหลายที่ยังไม่เกิด
ก็ไม่มีช่องทางที่จะเกิดขึ้นได้ และที่เกิดขึ้นแล้ว ก็ย่อมจะเสื่อมไป ดับไป |
|
๙.สุขภาพจิตดี
สภาพจิตที่หงุดหงิดคิดมาก เศร้าหมองกระวนกระวาย
แบบชนิดที่ร้อนอกร้อนใจ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ
ก็ย่อมจะสงบระงับดับไป กลับสภาพจิตให้เบิกบาน
ให้แจ่มใส เกิดความเย็นอก เย็นใจ มีชีวิตที่เป็นไป
ในความสุขสดชื่นอยู่ตลอดเวลา |
|
๑๐.หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข
ยามที่นอนหลับ ก็จะหลับอย่างมีความสุข
ไม่มีผันร้าย ฝันก็ฝันแต่เรื่องที่ดี ไม่ฝันในสิ่งที่ไร้สาระ
ส่วนมากมักจะไม่นอนฝัน ครั้นพอตื่นขึ้นมาก็จะมีความรู้สึก
มีความสุข สดชื่น พบแต่สิ่งที่เป็นมงคลในชีวิต
ยืนเดินนั่งนอนที่ตรงไหน ที่ตรงนั้นก็ดี มีมงคลเกิดขึ้น |
|
๑๑.ไม่ประมาทขาดสติ
ย่อมไม่เป็นคนที่ประมาทขาดสติในการดำเนินชีวิต
ใช้ชีวิตเป็น รู้เห็นและเข้าใจในบาปบุญ คุณโทษ
ประโยชน์ มิใช่ประโยชน์ รู้จักการควบคุมจิต หักห้ามใจ
ไม่ให้ทำ ไม่ให้อยาก ไม่เป็นคนประเภทที่รู้อยู่ว่าผิด
แต่ก็ยังทำอยู่ และก็ทำแล้ว ทำอีก |
|
๑๒. จิตมีสมาธิ
จิตย่อมมีพลัง และย่อมเป็นจิตที่ควรแก่การทำสมาธิ
และเวลาจะทำสมาธิ จิตก็สงบได้เร็ว |
|
๑๓. ตายดี ไปดี
ไม่ตายโหง ตายห่า ไม่บ้าตาย ตายด้วยความสงบ
ตายในบุญ ตายกุศล ตายแล้วไม่ทำให้คนเป็นเดือดร้อน
ครั้นตายแล้วก็ได้ไปสวรรค์ ชั้นพรหมเลยทีเดียว |
การไหว้พระสวดมนต์ ก็มีผล มีอานิสงส์เช่นนี้ พระพุทธเจ้าทรงตรัสยืนยันไว้หลายที่หลายแห่งในพระไตรปิฏก และบุคคลที่เขาได้ปฏิบัติมาแล้ว ก็เกิดผลตามที่กล่าวมาทุกประการ
ชีวิตของคนที่ชอบสวดมนต์ กับ ไม่ชอบสวดมนต์ ย่อมแตกต่างกัน
เมื่อรู้ถึงคุณค่า รู้ถึงราคา แห่งการไหว้พระสวดมนต์แล้ว ยังไม่เริ่มทำอีกก็จนใจ จนปัญญาที่จะช่วยอะไรได้
"วันนี้คุณเปิดประตูรับโชค ด้วยการสวดมนต์แล้วหรือยัง"
|
|
 |