จบวันนี้

๑.

อารมณ์ทุกชนิด
จิตล้วนเคยรับบทแสดงมาทั้งนั้น
ลองให้จิตแสดง
ในบท
“ไม่อะไรกับอะไร” ดูบ้าง

จิตจะได้เป็นเช่น
น้ำดื่มที่สะอาดบริสุทธิ์
จืดสนิท
ที่จำเป็นต่อร่างกายเรามากที่สุด ฯ
3.18.2017

๒.

โกรธก็ดี
แค้นก็ดี
น้อยใจก็ดี
รักก็ดี
เสียดายก็ดี
แต่ล้วน…เป็นอารมณ์วิบากทั้งสิ้น
เป็นอารมณ์ที่เคยหลงชอบ
หลงชัง
เคยเสพ เคยยึด
เคยสั่งสม
กันไว้มาหลายภพ หลายชาติแล้ว
ชาตินี้ก็สั่งสมกันทุกวินาที
รู้ก็ยึด รู้ก็ตามรู้ ไม่เคยรู้ทิ้ง ทิ้งรู้
พอผิดหวังมันก็ทำหน้าที่ของมันทันที
ทุกข์วกวนวนเวียนอยู่อย่างนั้น
ไม่มีที่จบ ไม่มีที่ดับ ไม่มีทางพ้น ไม่มีทางออก

ส่วนมากก็จะไปเอาอารมณ์วิบากตัวอื่น
มาดับ
เปลี่ยนตัวยึดใหม่ ตัวเสพใหม่แค่นั้น
คนที่ฆ่าตัวตาย กินไม่ได้นอนไม่หลับ
ร้องห่มร้องไห้ ก็ตัวนี้แหละ

วิธีก็ต้อง”โส”เปิดทางให้มัน
ใช้สติตัด ปัญญาตัด ไม่ต้องพิจารณา
ไม่ต้องกำหนด ไม่ต้องนิ่งหลบมัน
ไม่ต้องตามดู
ใช้”โส”ช่วย ใช้บัญญัติช่วย
จิตจับตัองไม่ได้
อารมณ์วิบากจับต้องไม่ได้
ก็ให้โสโล่ง โสล้าง โสว่าง โสวาง โสทิ้งทันที
โสแรงๆ ลืมตากว้างๆ ทำจิตให้ตื่นขึ้น
โสตัดวิบากไป คลี่คลายไป
ไม่ต้องทำความรู้สึกว่าเรากำลังต่อสู้กับมัน
ไม่อะไรกับอะไรไป
โสแบบคลี่คลาย
ไม่มีถูก ไม่มีผิด
ไม่มีเราไม่มีเขา
โสทิ้ง ทิ้งโสไป
อโหสิ อโหสิ อโหสิ ไปเรื่อยๆ
เดี๋ยววิบากก็เบา ก็หมดเอง

กรวดน้ำให้เขาไป
ถ้าคนเคย”โส”
เคยอโหสิ
ที่ฝึกมาชำนาญแล้ว
“โส”ทีเดียวก็จบ
“โส”มีอานุภาพแล้ว

หน้าที่ก็ทำไปให้ดีที่สุด
ใจก็ไม่อะไรกับอะไรให้มากที่สุด ฯ
3.16.2017

๓.

ไม่ใช่จบที่…รู้กาย
ไม่ใช่จบที่…รู้ใจ
ไม่ใช่จบที่…รู้ทิ้ง
ไม่ใช่จบที่…โสทิ้ง
แต่ต้องจบที่…
ทิ้งกาย
ทิ้งใจ
ทิ้งรู้
ทิ้งโส
ถึงจะจบฯ

คำเตือน !!!! 
ห้ามพยายามทิ้งเพื่อจบ
ถ้าพยายามทิ้งจะไม่มีวันจบ

ไม่อะไรกับอะไรไปเรื่อยๆ
โล่งๆว่างๆ
หน้าที่เรามีแค่นี้ฯ
3.15.2017

๔.

มีบุญ มีทุกอย่าง
หมดบุญ หมดทุกอย่าง

นี่คือสัจธรรม
สรรพสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
อนิจจังอยู่แล้ว อนัตตาอยู่แล้ว
จะไปทำอะไรมันได้
ก็รีบโสโล่ง โสล้าง โสว่าง โสวาง โสทิ้ง
โสจบ
ไม่อะไรกับอะไรไป
เดี๋ยวมันก็มีทางไปของมันเองฯ
3.14.2017

๕.

ไม่มีใครหลงทางหรอก
เพราะทางที่เขากำลังก้าวเดินไป
นั่นแหละ
คือ ทางของเขา

ทุกชีวิตล้วนมีวิบาก
เคยสร้างกรรมกันมาทั้งนั้น

รีบ”โสโล่งๆ”
ให้เขาบ้างก็ดี
เผื่อเขาเหลือบเห็นสิ่งดีๆข้างทางบ้างฯ
3.13.2017

๖.

คำว่า “โส”
ไม่ใช่ทั้งโง่ และฉลาด
ไม่ใช่ทั้งถูก และผิด
ไม่ใช่ทั้งดี และชั่ว

อยู่ในระหว่างกลาง
ของโง่ และฉลาด
ถูกและผิด
 ดีและชั่ว
มีสภาพโล่งๆ ว่างๆ
ไม่อะไรกับอะไร นั่นแหละ คือ”โส ”

อยู่กับ “โส” ชีวิตจะปลอดภัย ฯ
3.13.2017

๗.

อย่าโส แค่ปาก
โสให้หมดจิต หมดใจ

อย่าโสแบบ
ไม่เข้าใจในเรื่องโส

โสเป็นเรื่องธรรมชาติ
ธรรมชาติที่ชะล้างสิ่งที่ค้างคาในจิตในใจ
ไม่ใช่อำนาจศักดิ์สิทธิ์
ลึกลับซับซ้อน ผิดแปลก

อย่าเห็นว่าไม่สำคัญต่อชีวิต
อย่าคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา
ถ้าโสเป็น 
อารมณ์ขุ่นมัวก็ดี
ความเศร้าหมองก็ดี
ความเครียดก็ดี
ความสับสนวุ่นวายก็ดี
วิบากกรรมก็ดี
ย่อมหมดไปทันที

โส เป็น ก็เห็นธรรม
โสโล่ง โสล้าง โสว่าง โสวาง โสทิ้ง
โสแบบไร้อัตตาตัวตน
ไร้ทิฏฐิมานะ
ไร้ตัณหา
ไร้อุปาทาน ไร้รูปแบบ
โสแบบไม่อะไรกับอะไร ฯ
3.10.2017

๘.

โลกนี้มีมากมายหลายเรื่อง
ที่จะต้องคิด ต้องทำ ต้องรับรู้
ต้องแก้ปัญหา ต้องยอมรับ

บางอย่างก็ได้ดั่งใจ
บางอย่างก็ไม่ได้ดั่งใจ
เรื่องบางเรื่องที่ไม่น่าจะเกิด
มันอาจจะเกิดได้
 จะเอาอะไรแน่นอน

ใช่อาจจะไม่ใช่
ไม่ใช่อาจจะใช่
บางอย่างแก้ได้
บางอย่างแก้ไม่ได้
ทางออกที่ดีที่สุด
คือ โสโล่ง โสล้าง โสวาง โสทิ้ง
รักษาใจเราไว้ก่อนดีที่สุด
เพราะมีทางเดียวที่เป็นประโยชน์ที่สุด
ทุกข์ไปก็เสียเวลาเปล่า

โสทิ้งเท่านั้น
ที่จะช่วยให้วิบากเบาบาง
อย่าพึ่งคิดสั้น อย่าพึ่งใจร้อน
ทุกอย่างล้วนมีทางออกเสมอฯ
3.8.2017

๙.

นั่งในท่าที่สบายๆ
ยืนในท่าที่สบายๆ
เดินในท่าที่สบายๆ
นอนในท่าที่สบายๆ
แบบคลี่คลาย ไม่เกร็ง
ไม่บังคับ
ให้เป็นธรรมชาติ
ให้เป็นธรรมดาที่สุด

แบฝ่ามือทั้งสองออก เหยียดนิ้วให้สุด
กำมือและแบมือ เบาๆสลับไปมา
พร้อมรู้สึกตัว รู้รอบตัว รู้ไม่มีตัว รู้ทิ้ง
ไม่อะไรกับอะไร

ลืมตากว้างๆ เปิดหู 
 เปิดทวารทุกทวาร
ปล่อยความรู้สึกไปให้ทั่วตัว
ไปรอบๆตัว

ให้ผ่านต้นไม้ ใบหญ้า 
ฝาผนัง กำแพง
หรือสิ่งกีดขวางทุกชนิด

ทำความรู้สึกให้กว้างๆ โล่งๆ
ว่างๆ วางๆ สว่างๆ
ตื่นทุกส่วน

ให้หายใจเข้ายาวๆลึกๆ ทางจมูก
แล้วปล่อยลมหายใจออกทางปาก
ช้าๆเบาๆสบายๆ

ให้ภาวนาคำว่า โส ยาวๆ
พร้อมทำความรู้สึก
แบบโล่งๆ ล้างทิ้งให้หมด
ให้ว่างๆ แบบไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่
ทิ้งให้หมด อย่าเก็บไว้ ทั้งดี ทั้งชั่ว
ไม่อะไรกับอะไรไปเรื่อยๆ

ทำสัก ๒-๓ นาที
ก่อนนอนยิ่งดี
จะได้ล้างอารมณ์ทุกชนิดทิ้ง
ถ้าอยู่คนเดียวก็ควรว่าออกเสียง
โส ดังๆ
แบบระเบิดออก โพล่งออก

ถ้าอยู่หลายคนก็ว่าในใจเบาๆ
จะทำเวลาไหนก็ได้
ขณะรู้สึกดีก็ตาม
ไม่ดีก็ตาม
มีอารมณ์ชอบ
มีอารมณ์ชังเกิดขึ้น
รีบ
โสตัด โสทิ้ง โสล้าง โสว่าง โสวาง
ทันที
ไม่ต้องเก็บ “โส” จบเลย

ฝึกให้ชำนาญ
ฝึกไปเรื่อยๆ
จะเห็นผลทันทีที่ทำ

ปกติเราจะเก็บอารมณ์ทุกชนิดนี้ไว้ตลอด
เก็บไว้กันมาหลายภพหลายชาติแล้ว
โดยไม่เคยทิ้ง

ส่วนมากจะรู้แล้วเก็บไว้
 รู้แล้วกำไว้
รู้แล้วกอดไว้ รู้ยึดไว้ รู้เพื่อเอา
แต่ไม่เคยรู้แล้วทิ้ง

การหลง การลืมชั่วครั้ง ชั่วคราวนั้น
ไม่ใช่การทิ้ง มันยังค้างคาอยู่ในใจเรา
มันยังไม่หายไปไหน
อะไรจะเกิดขึ้น
ก็ไม่ต้องน้อมมาพิจารณา
เดี๋ยวจะหลงยึดไว้อีก
โสล้างทิ้งก่อนเป็นดีที่สุด
อย่าไปอะไรกับอะไร
เพราะมันไม่เที่ยงอยู่แล้ว
มันอนัตตาอยู่แล้ว
อย่าตาม
อย่าต้าน
อย่าแต่ง อย่าเติม
อย่าตั้ง อย่าต้อง
ไม่อะไรกับอะไร
โลกส่วนโลก เขาส่วนเขา เราส่วนเรา

ข้อห้าม และข้อควรระวัง
อย่าคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด
อย่าทำ
อย่าปฏิบัติพื่อเป็นโน่น เป็นนี่ เป็นนั่น
อย่าทำ
อย่าปฏิบัติพื่อเอา เพื่อได้ เพื่อยึด

อย่าคิดว่าเป็นสายโน่น สายนี่ สายนั่น
อาจารย์โน่น อาจารย์นี่ อาจารย์นั่น
สำนักโน่น สำนักนี่ สำนักนั่น

อย่าสงสัยในผล อย่าสงสัยในวิธี
โสทิ้งก่อน
เดี๋ยวจะยึด จะอุปาทาน
จะปฏิฆะ
กลายเป็นวิบากทิฏฐิ
วิบากปัญญา
มันจะแก้ยาก

ใครก็จะเตือนไม่ได้ 
เห็นแค่ตัวเองถูก
ตัวเองดี
วุ่นวายไปหมด
จิตเป็นสิ่งที่ละเอียด เป็นนามธรรม
จับต้องไม่ได้
รู้ตามยาก
เลยต้องบัญญัติ
สมมติใช้ 
อุปโลกน์ใช้ โสใช้
โสช่วยไปก่อน ไม่ใช่สมมติเพื่อยึด
เพื่อศรัทธา
เพื่ออุปาทาน
เพื่อปัญญา
เพื่ออะไรกับอะไรทั้งสิ้น
เรามีหน้าที่แค่
ให้ว่างๆ โล่งๆไว้ก่อน
อะไรจะเกิด ไม่เกิดก็ช่างมัน
ขอแค่ใจว่างๆ อิสระก่อนเป็นดีที่สุด

กินเอง อิ่มเอง รู้เอง
ลองทำดู ยังไม่ต้องเชื่อ
โสโล่ง โสล้าง โสว่าง โสวาง โสทิ้ง โสตัด

“ไม่อะไรกับอะไร”
ทำทิ้ง ทำทิ้ง ทำไปเรื่อยๆ

อย่าลืมประกาศสละด้วย
อะไรที่เคยมุ่งหวัง ตั้งเอา
เฝ้าปรารถนา
อยากได้
อยากดี อยากมี อยากเป็น
อยากเห็น อยากสำเร็จ โสทิ้งให้หมด

ขออโหสิไปเรื่อยๆ
กรวดน้ำแผ่บุญ แผ่บารมีไป
เอาตัวเราให้ผ่านก่อน
เอาตัวเราให้หมดปัญหาก่อน
เรื่องคนอื่นวางไว้ก่อน
จบวันนี้ที่เราก่อนดีที่สุดฯ
3.7.2017

๑๐.

กำลังใจก็ดี
อุปสรรคก็ดี
อารมณ์ทุกชนิด
ที่ปรากฏขึ้นมา
ก็ต้องรีบ
โสโล่ง โสล้าง โสว่าง
โสวาง โสทิ้ง
ให้หมด อย่าให้มีค้างคา

จิตต้องไม่เป็นอะไรกับอะไร
จึงจะเป็นจิตที่ปลอดภัย

ทำจิตให้ว่างๆไว้ก่อน
เอาสิ่งที่มีอยู่ลึกๆทิ้งให้หมด
จิตรกมาหลายภพชาติแล้ว
เก็บไว้มาทั้งชีวิต
หัดโสทิ้งบ้าง
จะได้ไม่หลงทาง และหลงรู้ฯ
3.6.2017

๑๑.

ในยามที่จนตรอก
ต้องโสโล่ง โสล้าง โสว่าง
โสวาง โสทิ้ง
อย่างเดียวเท่านั้น

แล้วเราก็จะได้พบกับคนใจบุญที่แท้จริง ฯ
3.5.2017

๑๒.

ถ้าจิตสามารถตื่นออกมา
เห็นสรรพสิ่งว่า
ล้วนเป็นสิ่งชั่วคราวได้
นั่นแหล่ะ เห็นธรรมะแล้ว

แค่ฝึกเห็นให้ได้แค่นี้
แล้วจะต้องสายโน่น สายนี่
อาจารย์โน่น
อาจารย์นี่ทำไมหนอ

ก็สัจธรรมมีให้ดูมากมาย
ทำไมไม่ดู ทำไมไม่รู้
ก็ดูทิ้ง รู้ทิ้งก็จบฯ
3.3.2017

๑๓.

เมื่อวานก็ผ่านมาแล้ว
พรุ่งนี้ก็ไม่มีอะไรแน่นอน
จบวันนี้ดีที่สุดฯ
3.2.2017

๑๔.

อย่าอะไรกับอะไร
กับมนุษย์
ให้มากมายนัก
ไร้สาระเสียเวลาเปล่า
ควรปล่อยมันไปตามวิบากบ้าง

ดีเลิศประเสริฐศรีก็อยู่ที่มนุษย์
ชั่วช้าสามานย์เลวทรามต่ำช้า
ก็อยู่ที่มนุษย์
ปากมนุษย์
พูดดีก็ได้ 
พูดชั่วก็ได้
นินทาสรรเสริญ
ก็ล้วนออกมาจากทางเดียวกันทั้งนั้น

บูชา ดีใจ เสียใจทำไมหนอ
ความเมตตากรุณา ๑
การมีสติปัญญา ๑
ความบริสุทธิ์แห่งจิตใจ ๑
คือ ตัวแยกแยะความเป็นมนุษย์

ไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้
ก็เป็นได้แค่มนุษย์ที่มีลักษณะ
ที่ต่าง
จากสัตว์เดรัจฉานเล็กน้อยเท่านั้น

เข้าใจมนุษย์ได้
ก็พ้นทุกข์
ไม่เข้าใจมนุษย์
ก็ทุกข์ตาย ฯ
2.27.2017

๑๕.

ศรัทธา และไม่ศรัทธา
คือ เหตุแห่งปัญหาของโลก
สวรรค์ก็ใช่ นรกก็ใช่
แต่นิพพานไม่ใช่
ควรอยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด
คือ
ที่ที่มีแต่ความรู้สึกตัว รู้รอบตัว
รู้ไม่มีตัว
รู้ทิ้ง ไม่อะไรกับอะไร

ปกติโลก ปกติเขา ปกติเรา
ถูกของโลก ถูกของเขา ถูกของเรา
ผิดของโลก ผิดของเขา ผิดของเรา

ใจ คือ ควาย
ปัญญา คือ คนเลี้ยงควาย
ดีที่สุด
ควรไม่มีทั้งควาย
ไม่มีทั้งคนเลี้ยงควาย
จึงจะปลอดภัยที่สุดฯ
2.26.2017

๑๖.

เมื่อตั้งโจทย์ชีวิตผิด
ชีวิตทั้งชีวิตก็ผิดพลาด
ล้มลุกคลุกคลาน 
เหนื่อยทั้งชีวิต

เมื่อตั้งโจทย์ถูก
ชีวิตทั้งชีวิต
ก็สว่างไสว อิสระ

โจทย์ของชีวิต
มีตัววิบากเป็นผู้ตั้งโจทย์
ไม่แก้วิบาก 
 ก็ยากต่อการหาคำตอบที่ถูกต้องได้
การรู้สึกตัว รู้รอบตัว รู้ไม่มีตัว
รู้ทิ้ง ทิ้งรู้ ไม่อะไรกับอะไร
เป็นวิธีเดียวที่จะแก้โจทย์ผิดๆของชีวิตได้ ฯ
2.23.2017

๑๗.

ตัวมุ่งหวัง ตั้งเอา เฝ้าปรารถนา
หวังว่า คิดว่า น่าจะ
อยากได้ อยากดี อยากมี 
อยากเป็น
อยากเห็น อยากสำเร็จ
คือ ตัวมหาอุปสรรคของชีวิต

จงรีบโสโล่ง โสล้าง โสว่าง โสวาง
โสทิ้งให้เร็วที่สุด
ก่อนที่คุณจะไม่เหลือ
แม้แต่
เศษเสี้ยวแห่งความสุขในชีวิตฯ
2.21.2017

๑๘.

อย่าแค่เกิดมา
แล้วฝากชีวิตไว้กับอุปาทาน
และตัณหา
เสียดายชีวิต

หัดคิดทิ้ง รู้ทิ้ง
รู้วางบ้าง
วิบากจะเบาบาง ฯ
2.20.30

๑๙.

การสร้างวิบากนั้นง่าย
แค่คิดอิจฉา ริษยา
อยากเอาชนะ
อยากทำลาย 
 แสดงความโล
ความโกรธ
ความหลง
พูดไม่ดีสักคำ 
ทำไม่ดีนิดหนึ่ง
ก็สำเร็จเป็นวิบากแล้ว

ส่วนการล้างวิบากนั้น
ต้องรู้จักการใช้อโหสิ
รู้จักการยอม การขอขมา การยุติกรรม
และ การใช้โส แผ่บุญ แผ่บารมี
ชำระแชดใช้แไถ่ถอน
อีกทั้งการกรวดน้ำแอุทิศบุญกุศล
แให้บารมี
ปลดปล่อย ล้างวิบาก
ให้ตนเอง
และสรรพสัตว์ สรรพวิญญาณ
ทั้งหลายทุกภพทุกภูมิฯ
ทุกวิธีต้องอาศัยความว่างแห่งจิต
เป็นฐานในการกระทำ
ทั้งการอโหสิ และการแผ่บุญ
ต้องเข้าใจในวิธีการปฏิบัติ
ไม่ใช่สักแต่ว่าทำ
ใครทำไม่ดีกับเราก็ดี
หรือเราคิดไม่ดีก็ดี
โสทิ้งทันที
อโหสิจบทันที
อย่าเก็บไว้
ที่พากันแก้วิบาก
โดยวิธีการ และพิธีกรรมต่างๆนั้น
แไม่เรียกว่าแก้ แต่เรียกว่าต้าน และ เติม
เพราะที่ทำไปนั้นล้วนแต่
ทำไป
เพื่อการมุ่งหวังตั้งเอา 
เฝ้ารอคอย เฝ้าปรารถนา
หวังพ้น หวังผ่าน
หวังได้ หวังสำเร็จกันทั้งนั้น
วิบากจึงไม่เบาบาง จางหาย
เพราะทำด้วยอุปาทาน และตัณหา
ต้องทำทิ้ง ทำให้อย่างเดียว
ทำแล้ว แล้วไป
เรื่องนี้อย่าเพิ่งเชื่อใคร
อย่าคิดว่าเป็นสายไ
หน วิธีใคร
ต้องทดลองดูเอง แล้วจะจางปาง สว่างไสว
อาการเบากาย เบาใจในทันทีที่ทำ 
 นั้น
คือ สัจธรรม ไม่ใช่สายไหนทั้งนั้น ฯ

2.17.2017

๒๐.

อย่าได้หวังดีกับคนมีกรรม
เสียเวลาเปล่า
ต้องโสทิ้ง

องค์พุทธะท่านยังต้องปล่อย
ให้ถูกแผ่นดินสูบต่อหน้าต่อตา

ต่างมีวิบาก
แค่ไหน แค่นั้นฯ
2.14.2017

๒๑.

วิบากรัก
คือ วิบากทุกข์
ทุกข์อีกหลายภพหลายชาติ

วิบากรัก
คือ วิบากสุข
สุขเพียงแค่นิดเดียว

ความผูกพัน
ไม่ใช่สัจธรรมแห่งความรัก
ความพลัดพราก
 คือ สัจธรรมของความรัก

รักเพื่อทิ้ง
รักนั้นปลอดภัย
ดอกกุหลาบล้วนแต่บานทิ้ง ฯ
2.14.2017

๒๒.

โลกที่เต็มไปด้วย
ความมุ่งหวัง ตั้งเอา
เฝ้าปรารถนา โหยหา เรียกร้อง
มองคนอื่นด้วยความอิจฉาริษยา
ทุกซอกทุกมุม จะเต็มไปด้วยมายา
จะหาความบริสุทธิ์ใจไม่เห็นเลย ฯ
2.13.2017

๒๓.

สมมติกัน
ยกย่องกัน
สรรเสริญกัน
ในสิ่งที่ไม่มีจริง ไม่เป็นจริง
จนทำให้สัตว์โลก
ไร้ยางอาย
ไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
หลงตาม บ้าตาม

เมื่อสัตว์โลกไร้ยางอาย
โลกทั้งโลกก็วุ่นวาย
ลมหายใจของสัตว์โลก
ก็มีแต่คำว่า
เพื่อ…เอา 
 เพื่อ…ได้
เพื่อ…ดี 
 เพื่อ…มี
เพื่อ…เป็น 
เพื่อ…สำเร็จ
สัตว์โลกจึงมีแต่ความหลงรู้
และหลงรู้
หลงรู้จนโงหัวไม่ขึ้น
มัวหลงรู้ ยึดรู้ ยึดดี ยึดกู
อะไรกันนักหนา
รีบประกาศสละ ประกาศถอน
ประกาศยุติ ประกาศยกเลิก
 ประกาศทิ้ง ประกาศวางเถิด
ชีวิตจะได้เบา และอิสระมากกว่านี้ฯ
2.13.2017

๒๔.

วันแห่งความรัก
คือ วันแห่งการเริ่มต้น
ของการเวียนว่ายตายเกิด
เริ่มต้นแห่งความทุกข์ ความสุข 
ความโล
ความหลง
ความวุ่นวายแห่งชีวิต
ของเหล่าสรรพสัตว์ 
สรรพวิญญาณทุกภพทุกภูมิ

หากว่าความรักนั้นตั้งอยู่
บนฐาน
แห่งตัณหา ราคะ อุปาทาน
“ไม่” คำเดียวเท่านั้น
ที่จะเป็นทางออกจากภพภูมินั้นได้ฯ
2.12.2017

๒๕.

ไม่อะไรกับอะไร ๑
ทำหน้าที่ของตนตามสมมติให้ดีที่สุด ๑
คือ คำสรุปโอวาทปาฏิโมกข์ ทั้ง ๑๓ ข้อ
ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงในวันมาฆบูชา
การไม่ทำความชั่วทั้งปวง ๑
การบำเพ็ญแต่ความดี ๑
การทำจิตของตนให้ผ่องใส ๑
ขันติ คือความอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง ๑
พระพุทธเจ้าทั้งหลายกล่าวว่า นิพพานเป็นบรมธรรม ๑
ผู้ทำร้ายคนอื่น ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต ๑
ผู้เบียดเบียนคนอื่น ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะ ๑
การไม่กล่าวร้าย ๑
การไม่ทำร้าย ๑
ความสำรวมในปาฏิโมกข์ ๑
ความเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร ๑
ที่นั่งนอนอันสงัด ๑
ความเพียรในอธิจิต ๑
2.11.2017

๒๖.

บางสัตว์ฝึกง่าย
บางคนฝึกยาก
บางคนสิ้นคิด
บางคนคิดเป็น
บางคนทำได้ ทำเป็น
บางคนก็ช่างน่าเห็นใจ
บางคนโง่
บางคนฉลาด
บางคนมีคุณภาพ
บางคนไร้คุณภาพ
โลกก็เป็นเช่นนี้
เราเขาต่างมีวิบากที่จะต้องชำระชดใช้
เพราะเขาเรามันก็ได้แค่นั้นจริงๆ
รีบ “ไม่อะไรกับอะไร”
โสทิ้ง โสวาง
โสโล่ง 
อโหสิ อโหสิ อโหสิ ดีที่สุดฯ
2.9.2017

๒๗.

ตลอดชีวิตนับตั้งแต่ลืมตาดูโลก
และทุกขณะจิต ทุกความคิดที่ผ่านมา
ต่างทำเพื่อเอา 
คิดเพื่อยึด
รู้เพื่อปรุง
ชีวิตจึงต้องยุ่ง
ต้องทุกข์
และเหนื่อยเป็นธรรมดา
เพราะเลือกเดินทางเช่นนั้น

ลองอยู่เพื่อทิ้ง คิดเพื่อทิ้ง รู้เพื่อทิ้ง
รีบทิ้งมันก่อนที่มันจะทิ้งเรา
ดู
ชีวิตจะมีค่า มีความหมาย
และจะได้รู้ว่าที่ผ่านมานั้นหลงรู้
และหลงทางมาตลอดชีวิต ฯ
2.8.2017

๒๘.

ต่างดิ้นรน แสวงหา
เพื่อความวุ่นวายกันทั้งนั้น
โลกมนุษย์ถือกันว่า
ยิ่งหลงยิ่งดีที่สุด
มนุษย์สัตว์จึงทำไป
เพื่อให้ได้มา
ซึ่งชื่อเสียง
การเคารพนับถือ
มีลาภสักการะ
ได้ผลประโยชน์ 
นั่นแหละ คือ คน

คนจึงยุ่ง 
จึงทุกข์จนตาย
ใครตื่นทิ้ง รู้ทิ้งก่อนตายได้ 
 คนนั้นโชคดีที่สุด ฯ
2.8.2017

๒๙.

ถ้าให้แล้ว ไม่แล้วไป
การให้นั้น ก็ไม่ชื่อว่า เป็นการให้
เป็นแค่เพียงเรื่องของการลงทุน
เพื่อเอา เพื่อการได้มา
หวังผลตอบแทน
จัดเป็นระบบผลประโยชน์ชนิดหนึ่งเท่านั้น
หาใช่เป็นระบบบุญกุศลในทางธรรมไม่

โลกอาจยอมรับว่าเขาเป็นผู้ให้
แต่แท้ที่จริงแล้ว 
 เป็นแค่กิริยาแห่งความโลภที่ซ่อนไว้ดีๆนี่เอง

เพราะฉะนั้น เราจึงเห็นคน
ที่โลกประกาศยกย่องว่า
เขาเป็นผู้ให้ เป็นผู้เสียสละ เป็นนักบุญ
มักจะเกิดมีอาการน้อยอก น้อยใจ
เสียอกเสียใจ
บ่นกันไปต่างๆนานา 
ตามประสาคนโลภที่ผิดหวังกันเป็นส่วนมาก
ว่าเขาลงทุนไปแล้ว
ไม่ได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทนกลับมา

เพื่อความบริสุทธิ์ในการให้ที่ทำไป
ควรให้แล้ว
ก็แล้วไป
”จบขณะให้ในทันที”
การให้นั้นถึงจะมีอานุภาพ
ชำระความเห็นแก่ตัวได้ฉับพลัน
ตรงกับวัตถุประสงค์
ที่องค์พุทธะ มหาพุทธะ
ท่านได้ทรงแนะนำพร่ำสอนไว้

ต้องฝึก…ต้องหัดกัน
ให้มาก
จะได้ไม่เกิดเรื่องสกปรก รกหู รกตา
แบบว่า
อยากได้หน้า ได้ตา มีหน้า มีตา
ได้รับคำประกาศยกย่องเชิดชูตามมา
ทำให้เกิดเป็นปัญหาโลกแตกอยู่บนศาลาวัด

บัณฑิตย่อมเป็นผู้ฉลาดในการให้
คือ ให้แล้วก็แล้วไป

ส่วนคนโง่นั้น ย่อมไม่เป็นผู้ฉลาดในการให้
เพราะเมื่อเขาให้แล้วก็ดี หยิบยื่นแล้วก็ดี
เขาย่อมนั่งเฝ้า นอนเฝ้า
เที่ยวประกาศ
เพื่อให้โลกรู้ว่าสิ่งนี้ของเรา
สิ่งนี้เราเป็นผู้ให้ 
เราได้ให้สิ่งนี้แล้วแก่ผู้นี้ แลฯ
4.2.2017

๓๐.

ผ่านแล้ว แล้วไป
จบแล้ว แล้วไป ฯ
2.3.2017

๓๑.

การเกิดมาอยู่แค่ชั่วคราวในโลกใบนี้
อย่าหวาดกลัว 
อย่าโอดครวญ อย่าร่ำร้อง
อย่าอวดดี 
อย่าฝืน
 อย่าดูหมิ่น อย่าซ้ำเติมใคร
อย่าร้องขอความเห็นใจจากใคร
อย่ามุ่งหวังตั้งเอา เฝ้าปรารถนา
อย่าโหยหา 
อย่าอิจฉาริษยา 
อย่าใจร้อน
 อย่าดื้อ
 อย่าโทษโน่นนี่นั่น

ต่างล้วนมีวิบากที่จะต้องชำระชดใช้กันทั้งนั้น
ทำหน้าที่ของตนตามสมมติไปให้ดีที่สุด

ฐานจิตวางไว้ให้เป็นกลาง
แบบ”ไม่อะไรกับอะไร”
ให้นานๆ
ทำให้บ่อยๆ
จิตจะอิสระ จะได้รับพลังอันบริสุทธิ์
วิบากจะเบาบาง

รู้แล้วทิ้งว่า…
สรรพสิ่งล้วนเป็นสิ่งชั่วคราวทั้งนั้น
เราต่างอยู่เพื่อทิ้ง ไม่มีใครได้อะไรอยู่แล้ว
มันผ่านมาเดี๋ยวมันก็ผ่านไป
จะบ้าไปทำไมหนอฯ
2.2.2017

๓๒.

ตัวโง่ก็ดี
ตัวฉลาดก็ดี
ต้นเหตุมาจากที่เดียวกัน 
คือ ตัวศรัทธาฯ
2.1.2017

๓๓.

เพราะความไม่รู้ว่า
ในสังสารวัฏนี้สภาวะใดดีที่สุด ๑
เพราะความไม่รู้ว่า
ในสังสารวัฏนี้สภาวะใดร้ายที่สุด ๑
เพราะความหลงเข้าใจผิดว่า
ในสังสารวัฏนี้สภาวะที่ตนเชื่ออยู่ 
ยึดอยู่ หลงอยู่คือสิ่งที่ดีที่สุด ๑
เพราะกำลังเสวยวิบากทิฏฐิ
วิบากมานะ วิบากตัณหาอยู่ ๑

ทุกสรรพจิต สรรพวิญญาณจึง
ต้องมืดมน มืดมิด
เหมือนหนอนกินมูตรอยู่
รีบ “ไม่อะไรกับอะไร”
เสียสิ
จะได้สว่างไสว จะได้อิสระ

มัวอยู่แบบ”อะไรกับอะไร”
ก็ทุกข์ตายเลย
รีบออกจากตัวกู ของกู
พวกกู พวกมึงเร็วเข้าฯ
1.31.2017

๓๔.

ในวินาทีนี้
ก็ขึ้นอยู่ที่ความเด็ดขาด
ของจิตวิญญาณว่า.-
จะ”ไม่”ตอนนี้ หรือจะรอก่อน
ถ้า″ไม่”ตอนนี้ ก็จบ หมดวิบากทันที
ถ้ายังไม่พร้อมที่จะ”ไม่”ก็จงทนรับกรรมต่อไป

“ไม่” ตัวนี้ตัวเดียว
ที่จะเป็นตัวเปลี่ยนภพภูมิ
ของสรรพสัตว์

จำไว้.-
ไม่ คือ จิตที่ไม่มุ่ง,หวัง,ตั้ง,เอา,ไม่ปฏิเสธ,
ไม่แบบท่ามกลาง,ไม่แบบสุญตา,
ไม่แบบไร้ร่องรอย,
ไม่แบบไม่อะไรกับอะไร,
ไม่แบบยุติ ,ไม่แบบโล่ง,
ไม่แบบไม่ฯลฯ
1.30.2017

๓๕.

อย่าดื้อ กับสัจธรรม
ยอมวาง ยอมสละ ยอมปล่อย
อย่าหนี อย่าปฏิเสธ อย่าเอา
โล่งทิ้งๆไว้
ชีวิตจะได้ปลอดภัยฯ

@ ทุกข์กันมาหลายภพหลายชาติแล้วฯ
1.29.2017

๓๖.

ปัญญา ๒ ชนิด
๑.ปัญญาแบบปรุงแต่ง
๒.ปัญญาแบบจบ

ปัญญาแบบปรุงแต่ง
จะก่อภพ ก่อชาติ ก่อวิบาก
ปัญญาแบบจบ
จะสิ้นภพ สิ้นชาติ สิ้นวิบากฯ
1.28.2017

วัดพระมหาชนก บ้านพลังเพียร
4.10.2017