บนเส้นทางการสร้างบารมี

baramee
๑.
ขอจงจดจำไว้เสมอๆว่า…
การที่เราจะได้อะไร หรือจะพบความสำเร็จ
ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแบบง่ายๆ นั้น
ย่อมไม่มีสำหรับเรา

ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น มีขึ้น ที่จะได้มา
จะต้องใช้ความอดทน ความพากเพียรพยายาม
และใช้สติปัญญาอย่างสูงสุด เข้าแลกเสมอ ถึงจะได้มา.

๒.
ขอจงจดจำไว้เสมอๆว่า…
บนเส้นทางที่เราเดินนั้น เต็มไปด้วยขวากหนาม
เต็มไปด้วยก้อนหิน ก้อนกรวดที่แหลมคม
เต็มไปด้วยอุปสรรค และปัญหานานัปประการ

บนเส้นทางที่เราเดินนั้น
ไม่ได้ปูด้วยพรม โรยด้วยกลีบกุหลาบใดๆทั้งสิ้น
จำต้องเดินด้วยความระมัดระวัง
มีสติสัมปชัญญะตลอดเวลา.

๓.
ขอจงจดจำไว้เสมอๆว่า…
ความรู้สึกท้อแท้ ท้อถอยก็ดี
ความรู้สึกหมดหวัง สิ้นหวังก็ดี
สามารถเกิดขึ้นได้เสมอกับจิตใจเรา
และเมื่อมีความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้น
ให้พึงคิดว่า เป็นเรื่องธรรมดาของจิตใจ
ที่ยังไม่ได้มาตฐาน ที่ยังไม่ถึงบุญ ยังไม่ถึงขั้น
ถือเป็นเรื่องปกติที่ติดตัวเรามา หลายภพหลายชาติแล้ว

ให้คิดเสียใหม่ว่า ความรู้สึกทั้งหลายเหล่านี้ คือ
พลังงานที่จะช่วยบ่มเพาะ ช่วยให้เกิดพลังปัญญา
เกิดกำลังใจอย่างสูงสุดแก่เราได้เป็นอย่างดี.

๔.
ขอจงจดจำไว้เสมอๆว่า…
ความสะดวกสบายสำหรับชีวิตเรานั้นย่อมไม่มี

อย่าได้คิด อย่าได้โหยหา แสวงหา ในความสะดวกสบาย
เพื่อนำมาปรนเปรอเสพสุขเป็นเด็ดขาด
เพราะเมื่อเราคิดเช่นนั้นเมื่อไร
เราก็จะได้รับความทุกข์ความเดือดร้อนทันที

จงมีชีวิตอยู่อย่างปกติ อย่างมีความสุข
ในสิ่งที่มี ที่ได้ ที่เป็น
ในความไม่สะดวกความสบาย
ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ดี.

๕.
ขอจงจดจำไว้เสมอๆว่า…
โลกส่วนโลก เขาส่วนเขา เราส่วนเรา
จะนำมาเปรียบเทียบเคียงกันไม่ได้
เพราะมันเป็นเรื่องของคนละบุญ คนละวาสนา คนละบารมี
คนละความสามารถ และคนละโอกาส
จะให้ดีเท่าเขา จะให้สำเร็จเท่าเขา จะให้ได้เท่าเขา นั้นเป็นไปไม่ได้
จงพอใจในสิ่งที่ตนได้ ในสิ่งที่ตนมี ในสิ่งที่ตนเป็น.

๖.
ขอจงจดจำไว้เสมอๆว่า…
ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะทำให้เรา
พบกับความเสื่อม ความฉิบหาย ความเดือดร้อนได้
นอกจากจิตของเราที่คิดผิด หลงผิด

จิตที่คิดผิด หลงผิด
นั้นคือ เหตุที่จะทำให้เรา
พบความเสื่อม ความฉิบหาย ความเดือดร้อนได้

จิตที่ไม่เชื่อในบาปบุญคุณโทษ
จิตที่ไม่เชื่อในกรรมเวร
จิตที่ไม่เคารพในพระธรรมคำสั่งสอน
จิตที่วิ่งตามอารมณ์ของกิเลส
จิตที่มากด้วยมานะ ตัณหา ทิฏฐิ
นั้นแหล่ะ คือ จิตที่คิดผิด จิตที่หลงผิด.

๗.
ขอจงจดจำไว้เสมอๆ ว่า…
ชีวิตเรานั้น มีอยู่พียงแค่วันเดียวเท่านั้น
พรุ่งนี้อาจจะไม่มีสำหรับเรา
และในวันเดียววันนั้น คือ วันที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตเรา

ลมหายที่เราหายใจเข้า และหายใจออกนั้น
คือ พลังงานที่หล่อเลี้ยงชีวิตเราไว้
เพียงเพื่อให้คิดดี ทำดี พูดดีเท่านั้น
ไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์อื่นใดทั้งสิ้น.

๘.
ขอจงจดจำไว้เสมอๆ ว่า…
การกระทำทุกๆการทำ ทุกๆคำที่พูดออกไป
แม้แต่จิตที่คิดด้วยก็ตาม

จงให้เป็นไปเพื่อประโยชน์สุข
แก่เทวดา และมนุษย์สัตว์ทั้งหลาย

และเมื่อคิดแล้ว ทำแล้ว พูดแล้ว
ก็จงอย่าได้หวังผลตอบแทนใดๆทั้งสิ้น
จงมองให้เห็นแม้กระทั้ง ภาพที่กำลังหยิบยื่นไป
เขารับไปได้ไม่กี่วินาที แล้วเขากลับมาด่าเสียๆหาย
ก็จงอย่าได้เสียใจ อย่าได้น้อยใจ
ในความดีที่เราได้ทำไปเป็นเด็ด

เพราะเมื่อเราเสียใจ เสียดาย หรือไม่พอใจ
มันจะเป็นเหตุให้บุญบารมี คุณธรรมเรา
เสื่อมได้ หมดได้ หกได้ หายได้.

๙.
ขอจงจดจำไว้เสมอๆ ว่า…
ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่างที่เราทำลงไปนั้น
อย่าได้หวังว่าจะมีใครเห็นดีเห็นงามด้วย
หรือจะรอใครมาให้กำลังใจเด็ดขาด

ทุกขณะจิตควรน้อมนึกถึงแต่พระพุทธเจ้า
พระธรรมเจ้า พระอริยสงฆ์เจ้า
พ่อแม่ครูบาอาจารย์เท่านั้นก็พอ

เมื่อเราคิดถึงท่านเหล่านั้น
เราจะได้รับพลังอันบริสุทธิ์จากท่าน.

๑๐.
ขอจงจดจำไว้เสมอๆ ว่า…
สิ่งที่เราทำลงไปนั้น
จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ตาม จงอย่าได้ไปกังวลกับมัน
จงพยายามทำให้ดีที่สุด บริสุทธิ์ที่สุด

มันไม่เสร็จในชาตินี้ ชาติหน้าก็ต้องสำเร็จ
งานทุกๆงาน จะต้องใช้ความพากเพียรพยายามทั้งสิ้น

ตัวงาน คือ ครู คือ อาจารย์ คือ พระธรรม
ที่จะคอยสอน คอยแน่ะเราให้เกิดปัญญาได้เป็นอย่างดี.

๑๑.
ขอจงจดจำไว้เสมอๆว่า…
ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมไม่เป็นไปดั่งใจปรารถนา
ย่อมไม่มีอะไรที่แน่นอนเสมอไป
ย่อมไม่มีการได้อะไรที่ได้มาเปล่าโดยไม่ต้องลงแรง
นอนนั่งอยู่เฉยๆไม่ก้าว ย่อมไม่ถึงเป้าหมาย.

๑๒.
ขอจงจดจำไว้เสมอๆว่า…
ความเพียรเท่านั้นเป็นตัวสำเร็จ
นอกจากความเพียรแล้วอะไรก็ช่วยเราไม่ได้
“แม้ไม่เห็นฝั่ง ก็ยังว่าย”
นั่นคือ หัวใจของนักสร้างบารมีที่แท้จริง.

วัดพระมหาชนก บ้านพลังเพียร
12.25.2015