ประวัติวัดพระมหาชนก บ้านพลังเพียร

ข้อมูลวัดพระมหาชนก บ้านพลังเพียร 

ชื่อภาษาอังกฤษ : Wat Phramahajanaka
สถานที่ตั้ง : 498 Steele Rd. Griffin, GA 30223 USA
โทรศัพท์: (678) 692-8384, (404) 717-5104
E-Mail : watphramahajanaka@gmial.com
Website : watphramahajanaka.org

ประวัติการก่อตั้งวัด

วัดพระมหาชนก บ้านพลังเพียร เมืองกริฟฟิน รัฐจอร์เจีย
เป็นวัดในสังกัดของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ลำดับที่ ๕๑/๒๕๔๙ ฝ่ายมหานิกาย
ได้ก่อตั้งขึ้นโดยคณะพระธรรมทูตไทย
จากวัดสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
เมืองเบเกอร์ฟิลด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย
ประเทศสหรัฐอเมริกา

ด้วยเมื่อกลางปีพุทธศักราช ๒๕๔๖ ตรงกับปีคริสต์ศักราช ๒๐๐๓
พระธรรมทูตจากวัดสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
ได้รับการอาราธนานิมนต์จากผู้มีศรัทธา
ให้ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา
และก่อตั้งวัด ณ เมืองแอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย

และเมื่อทางวัดได้ส่งคณะพระธรรมทูตไปถึงแล้ว
ทางผู้มีจิตศรัทธาได้แจ้งขอเลื่อนการก่อตั้งวัด เป็นการชั่วคราวไปก่อน
เนื่องด้วยเหตุผลบางประการ ที่ไม่สะดวกในการที่จะดำเนินการในช่วงนั้น
คณะพระธรรมทูตจึงได้พิจารณาเห็นพ้องต้องกันว่า
ควรที่จะดำเนินการต่อไป เพราะได้ตั้งใจมาเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ในรัฐนี้แล้ว จึงได้พากันหาซื้อบ้าน และที่ดินเพื่อตั้งวัดขึ้น
แต่ก็มีความขัดข้องในหลายเรื่องหลายประการ จึงได้จัดหาที่เช่าพักอาศัยอยู่
เป็นการชั่วคราวไปก่อน เพื่อการปฏิบัติศาสนกิจเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ที่เมืองริเวอร์เดล รัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ไม่ไกลจาก
ตัวเมืองแอตแลนต้าเท่าไรนัก
โดยไม่ได้ย้ายกลับคืนสู่ต้นสังกัดเดิม ที่รัฐแคลิฟอร์เนียแต่อย่างใด

ข่าวการมาอยู่เพื่อการสร้างวัดของคณะพระธรรมทูต
ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
ในกลุ่มของชาวพุทธทุกเชื้อชาติ ในเมืองแอตแลนต้า และเมืองใกล้เคียง
ก่อเกิดมีเสียงวิพากวิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา มีทั้งในแง่ดีและแง่เสีย
ตามความเข้าใจของตน บางคนบางคณะก็มาสอบถามข่าวถึง
ความเป็นมาเป็นไป บางคนบางคณะก็มาขอนิมนต์ให้กลับสำนักเดิม
โดยบอกถึงเหตุผล หลายสิ่งหลายประการในทางที่ไม่ดีหากอยู่ที่นี่ต่อไป
บางคนบางคณะก็ได้มาถวายความอุปถัมภ์ ให้ความช่วยเหลือดูแลเป็นอย่างดี
โดยไม่ได้สนใจต่อเสียงห้าม เสียงวิพากวิจารณ์แต่อย่างใด

85 (1 of 1)และในปลายปี พุทธศักราช ๒๕๔๘ ตรงกับปีคริสต์ศักราช ๒๐๐๕ ซึ่งเป็นปีที่ ๓
ที่ได้มาอยู่เพื่อการก่อตั้งวัด ได้มีผู้มีจิตศรัทธาอย่างแรงกล้า
คือ ครอบครัวของคุณอนุชา คุณพนิลักษณ์สุขคันธวงค์
สองสามีภรรยาเชื้อสายลาวไทย วัย ๒๖ ปี ได้น้อมถวายที่ดินให้

เพื่อสำหรับสร้างวัดขึ้น จำนวน ๕ เอเคอร์ (๑๒.๕ ไร่) ซึ่งเป็นพื้นที่
ที่อยู่ในเขตติดกับบริเวณบ้านของตน เป็นที่ดินว่างเปล่า
ยังไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ ทั้งสิ้น มีสภาพเป็นป่ารกปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่
รกร้างมานานหลายสิบปี เพื่อให้เป็นสถานที่สร้างวัดขึ้น
ณ เมืองกริฟฟิน รัฐจอร์เจีย คณะพระธรรมทูตจึงได้พิจารณาแล้ว
เห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะสม เงียบสงบดี สามารถที่จะสร้างเป็นวัดได้เป็นอย่างดี
จึงได้รับไว้ตามกุศลศรัทธาที่ประกอบแล้วด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์
ของสองสามีภรรยา และก็ได้ดำเนินการทางด้านเอกสารต่าง ๆ
เพื่อให้ถูกต้องตามกฏหมายบ้านเมืองก่อนที่จะรับถวายให้เป็นสมบัติของวัด
ของพระศาสนาให้ถูกต้องดีงาม เพื่อไม่ให้เกิดเป็นปัญหาตามมาในภายหลัง
เหมือนหลาย ๆ วัด หลาย ๆ แห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา

และในปลายปีช่วงเดือนธันวาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๔๙
ตรงกับปีคริสต์ศักราช ๒๐๐๕
ทางวัดจึงได้เข้าไป เพื่อทำการถางป่าทำความสะอาด
ก่อสร้างที่พักสงฆ์ชั่วคราวขึ้นพออยู่ได้
และได้ย้ายเข้าไปอยู่ในช่วงกลางปีถัดมา พระสงฆ์ได้อยู่พักอาศัย ปฏิบัติศาสนกิจ
เผยแผ่พระพุทธศาสนาตามมโนปณิธานสืบเรื่อยมา

และในปีต่อมาก็ได้ทำเรื่องขอสร้างวัดต่อทางราชการในเมืองกริฟฟินนั้น
เพื่อขึ้นศาลขอเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างวัด
ได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย
และก็พบความสำเร็จได้ด้วยดีด้วยบารมีของพระรัตนตรัย

ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ ตรงกับปีคริสต์ศักราช ๒๐๐๘
คุณอนุชา คุณพนิลักษณ์สุขคันธวงค์ก็ได้น้อมถวายที่ส่วนตัว
ที่เหลืออีก ๑๓ เอเคอร์ พร้อมบ้านให้เป็นสมบัติของพระศาสนาเพิ่มขึ้นอีก
ส่วนตนและครอบครัวได้ย้ายไปซื้อที่ใหม่
ด้วยเหตุผล เพื่ออยากให้พื้นที่ทั้งหมดเป็นที่วัดที่ดูสวยงาม
และเพื่อให้เกิดความสะดวกสบายในการปฏิบัติศาสนากิจของพระสงฆ์
และเกิดความสะดวกสบาย ในการเข้ามาปฏิบัติธรรมของชาวพุทธทั่วไป

ในปัจจุบันวัดมีพี้นที่ อันเป็นสมบัติมหัศจรรย์ของพระพุทธศาสนา
ทั้งหมดจำนวน ๑๙ เอเคอร์ (๔๕.๕ไร่) ก่อให้เกิดความสะดวกสบาย
เป็นสัปปายะเหมาะแก่การศึกษาธรรม ปฏิบัติธรรมเผยแพร่ธรรม
ตามหลักคำสั่งสอน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เพื่อให้สำเร็จเป็นประโยชน์สุขแก่เทวดา และมนุษย์ทั้งหลายสืบต่อไป


โครงการสร้างอาคารวิทยาลัยวิปัสสนากรรมฐาน

เนื่องด้วยสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ได้ประกาศตั้งให้วัดพระมหาชนก บ้านพลังเพียร
เป็นศูนย์วิปัสสนากรรมฐานแห่งแรกในสหรัฐเมริกา
และมีพระภิกษุอุบาสกอุบาสิกาผู้สนใจในการปฏิบัติธรรม
ได้มาอยู่พักในวัดเป็นจำนวนมากสถานที่ไม่สะดวกและไม่เพียงพอ
ทางวัดจึงได้ตัดสินใจสร้างอาคารวิทยาลัยวิปัสสนากรรมฐานขึ้น

อาคารมีพื้นที่ในการใช้สอย จำนวน ๑๖,๐๐๐ ตารางฟุต โดยแบ่งเป็น ๓ ชั้น
ชั้นที่ ๑ ชั้นล่าง ใช้เป็นห้องครัวที่รับประทานอาหาร ฟังการบรรยาย
ชั้นที่ ๒ เป็นที่พักของผู้ปฏิบัติธรรม มีจำนวน ๖๐ เตียง
โดยแบ่งเป็นส่วน ของผู้ชาย ๓๐ ผู้หญิง ๓๐
ชั้นที่ ๓ ชั้นบนสุด เป็นห้องปฏิบัติธรรม

เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๙ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๖ ได้เข้ากราบ
พระเดชพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ณ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
เพื่อขอความเมตตาได้ตั้งชื่ออาคารดังกล่าวเพื่อความเป็นสิริมงคล
พระเดชพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้เมตตาตั้งชื่อให้ว่า
“อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์”

และในปีถัดต่อมา (๒๕๕๗) ก็ได้เริ่มดำเนินการ
สร้างอาคารวิทยาลัยวิปัสสนากรรมฐานขึ้น
เมื่อกวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
ก็ได้สร้างสำเร็จเสร็จสิ้น และได้รับใบอนุญาต
จากทางราชการเป็นที่เรียบร้อย

อาคารวิทยาลัยวิปัสสนากรรมฐานสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์หลังนี้
คาดว่าจะเป็นอาคารที่ให้ความสะดวกสบาย
แก่ผู้เข้ามาศึกษาธรรมปฏิบัติธรรมได้เป็นอย่างดี
และจะเป็นอาคารที่จะทำให้สำเร็จประโยชน์สูงสุด
ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ในสหรัฐอเมริกาได้เป็นอย่างดีที่สุด


การปกครองและการบริหารวัด

– มีเจ้าอาวาสเป็นประธานกรรมการบริหารวัด โดยตำแหน่ง
– มีคณะกรรมการบริหาร ๑๓ รูป/คน
– มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษา แต่ละปี๑๐-๒๐ รูป
– มีสาธุชนผู้ให้ความอุปถัมภ์วัด ๓๐๐-๕๐๐ ครอบครัว
– เจ้าอาวาส/ประธานกรรมการบริหารวัด :
พระครูปิยธรรมวิเทศ (พระมหาปสัณห์ปิยธมฺโม ป.ธ.๔)
พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๔
สังกัดเดิมในประเทศไทย: วัดมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพฯ
มาตาปิตุภูมิ: จังหวัดสุรินทร์

กิจกรรมต่าง ๆ

การเผยแผ่

– จัดบรรพชา-อุปสมบทหมู่ เข้าปริวาสกรรมเป็นประจำทุกปี
– จัดบวชเนกขัมม์จารีปฏิบัติธรรม เป็นประจำทุกปี
– จัดทำเอกสารในการเผยแผ่แจกจ่ายทั่วไป เช่น หนังสือ, แผ่นพับ,
CD, DVD เกี่ยวกับธรรมะและพระพุทธศาสนา
– ออกเยี่ยมเยียนเพื่อสาธยายธรรมและแสดงธรรมตามเมือง
และรัฐต่างๆเป็นประจำทุกปี
– จัดงานวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาตลอดทั้งปี เช่น วันมาฆบูชา, วันวิสาขบูชา,
วันอัฐมีบูชา, วันอาสาฬหบูชา และประเพณีที่สำคัญ ๆ เช่น งานวันสงกรานต์,
งานวันสารท, งานวันทอดกฐิน เป็นต้น

การศึกษา

– เปิดอบรมหลักสูตรวิปัสสนากรรมฐาน
– จัดหาอุปกรณ์การศึกษามอบให้โรงเรียนต่าง ๆ ในประเทศไทย
– มอบทุนการศึกษาให้นักเรียนในประเทศไทยทุกปี

สังคมสงเคราะห์

– มอบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกประเทศ
– จัดหาผ้าไตร-บาตร และเครื่องบริขารในการบรรพชา-อุปสมบท
มอบให้แก่ผู้มีศรัทธาที่จะบวช ในประเทศไทย-กัมพูชา-ลาวเป็นประจำทุกปี

สาธารณูปการ

ก่อสร้างศาสนวัตถุต่าง ๆ ภายในวัด เช่น สร้างอุโบสถธรรมชาติ ลานธรรม ศาลาปฏิบัติ อาคารวิทยาลัยวิปัสสนากรรมฐาน ห้องน้ำห้องสุขา
ปลูกสวนป่าในบริเวณวัด, ปรับปรุงพื้นที่ลานจอดรถ,
ทำถนน ทางเดิน เพื่อความเป็นสัปปายะในการศึกษาธรรมปฏิบัติธรรม เผยแผ่ธรรม